รับสมัครพนักงาน ประจำร้านกาแฟมวลชน

หางานอุดร

สมัครงานอุดร

รับสมัครพนักงาน ประจำร้านกาแฟมวลชน

สาขาแม็คโครอุดรธานี

ตำแหน่ง

* บาริสต้า 1 ตำแหน่ง

คุณสมบัตร

* เพศหญิง

* อายุ 24 – 30 ปี

* วุฒิ ม.3 ขึ้นไป ไม่มีประสบการณ์สินให้ได้ ( ถ้ามีจะพิจารณาเป็นพิเศษ )

* บุคลิคภาพดี ยิ้มแย้มแจ่มใส ตั้งใจทำงาน ไม่ติดโทรศัพท์ จดจำไว

* สามารถทำงานเป็นทีมได้

* ขอคนธุระไม่เยอะ อยู่ด้วยกันนาน ๆ ค่ะ ♥️

เอกสารและความพร้อมที่ต้องเตรียมมาสมัครงาน

* สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน

* ทะเบียนบ้าน

* รูปถ่าย ( จำเป็นต้องมี )

* ปากกา

* แต่งกายสุภาพ รองเท้าผ้าใบ

สนใจเข้ามากรอกใบสมัคร ที่สาขาแม็คโครได้เลยค่ะ

* 08:00 – 18:00 น. ( รับเรื่อย ๆ จนกว่าจะได้คนค่ะ )

สนใจงานอื่นๆ >> คลิก

จุดเริ่มของร้านกาแฟมวลชน มาจากต้องการ “แก้ปัญหา” ให้ลูกค้า ได้กลายเป็นจุดเปลี่ยนให้กับ ซีพี รีเทลลิงค์ ธุรกิจขายเครื่องชงกาแฟ ต้องเปลี่ยนบทบาทจากธุรกิจที่อยู่เบื้องหลังมาอยู่เบื้องหน้า เพื่อแก้โจทย์ธุรกิจให้กับลูกค้าที่ซื้อเครื่องชงกาแฟของบริษัทฯ ไปแต่มีผลประกอบการไม่ค่อยดีนักหรือทำธุรกิจไม่สำเร็จถึง 80%

ซีพี รีเทลลิงค์ จึงเปิดอบรมการทำธุรกิจกาแฟให้กับลูกค้า ช่วยให้ลูกค้าทำธุรกิจได้ดีขึ้น ควบคู่ไปกับการทำธุรกิจร้านกาแฟมวลชนขึ้นมา เพื่อเป็นการทดสอบองค์ความรู้ และเรียนรู้ธุรกิจกาแฟในสมรภูมิอย่างรอบด้าน

จากนั้น ซีพี รีเทลลิงค์ จึงเปิดอบรมการทำธุรกิจร้านกาแฟให้กับประชาชนทั่วไปที่มีความสนใจมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2553 ปัจจุบันเข้าสู่ปีที่ 8 แล้ว มีผู้ผ่านการอบรม 84 รุ่น รวมกว่า 8,700 คน ขยายผลสร้างการรับรู้และภาพลักษณ์ ควบคู่ไปกับการขยายร้านกาแฟมวลชน เพิ่มขึ้นเป็น 27 สาขา จนกระทั่งเมื่อปี 2560 จึงมีแผนขยายธุรกิจอย่างจริงจัง ส่งผลให้ร้านกาแฟมวลชนขยายตัวอย่างรวดเร็วเพิ่มขึ้นเป็น 160 สาขาในปัจจุบัน โดยในจำนวนนี้เป็นแฟรนไชส์กว่า 10 สาขา

ขณะเดียวกัน เมื่อเปิดร้านมากขึ้น จะช่วยผลักดันให้ยอดขายเครื่องชงกาแฟเพิ่มขึ้นตามไปด้วย จนมีส่วนแบ่งตลาด 55%-60% เป็นอันดับหนึ่งในตลาด

นริศ ธรรมเกื้อกูล รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส บริษัท ซีพี รีเทลลิงค์ จำกัด ย้ำว่าเนื่องจากจุดเริ่มต้นของร้านกาแฟมวลชนไม่ได้มุ่งเรื่องธุรกิจอย่างจริงจังตั้งแต่แรก จึงไม่ได้ยึดเรื่องกำไรและขาดทุนเป็นหลัก แต่เน้นการทำธุรกิจควบคู่ไปกับความยั่งยืนของสังคม ชูคอนเซ็ปต์ “เพื่อสังคม-ชุมชน” ภายใต้สโลแกน “ร้านกาแฟสร้างงาน สร้างอาชีพ สร้างเศรษฐกิจ เพื่อสังคมและชุมชน”

เรียกว่าเป็นการสร้างแบรนด์เลิฟกับลูกค้าและชุมชน ซึ่งเป็นเทรนด์ธุรกิจยุคนี้ ที่ต้องมีเรื่องของการตอบแทนสังคมควบคู่ไปด้วย

ตั้งแต่การเปิดรับสินค้าจากชุมชนหรือเอสเอ็มอีที่มีฝีมือแต่ไม่มีเวทีให้เข้ามาวางจำหน่าย โดยไม่ต้องจ่ายค่าแรกเข้า (Entrance Fee) ปัจจุบันมีผู้ประกอบการกว่าร้อยรายเข้าร่วมทั้งสินค้าสำเร็จรูปและของสด เช่น ข้าวโพดคั่วอบ สแน็กต่างๆ และผักผลไม้จากอำเภอดอนตูม จังหวัดนครปฐม ฯลฯ

นอกจากนี้ ในส่วนของเครื่องดื่มหรือกาแฟ ซึ่งเป็นสินค้าหลัก นอกจากใช้ “เครื่องชงกาแฟอัตโนมัติ” เพื่อให้รสชาติคงที่ได้แล้ว “ราคา” เป็นอีกประเด็นสำคัญที่ต้องตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าเป้าหมาย ซึ่งผู้บริหารซีพี รีเทลลิงค์ เน้นว่า เป็น “Unmet Need” หรือความต้องการที่แท้จริงของผู้บริโภค

จากการสำรวจเมื่อ 8 ปีที่แล้วพบว่า “ผู้บริโภคต้องการเครื่องดื่มที่มีราคาถูกกว่าอาหาร” กาแฟมวลชนจึงตั้งราคาที่แก้วละ 25 บาท ขณะที่ราคาอาหารอยู่ที่จานละ 30 บาทในเวลานั้น และเป็นราคาที่สามารถซื้อได้วันละหลายครั้งหรือทุกช่วงเวลา “เช้า–สาย-บ่าย-เย็น” จนกระทั่งเมื่อปีที่แล้วมีการปรับเพิ่มเป็นเริ่มต้นแก้วละ 29 บาท – 40 บาท ตามต้นทุนที่เพิ่มขึ้น

โดยมีกลุ่มเป้าหมายหลักคือคนทำงานที่มุ่งเน้นเรื่องความคุ้มค่า และต้องการเป็น คอนวีเนียน คอฟฟี่ ที่ตอบโจทย์ลูกค้าไม่ใช่แค่เครื่องดื่ม เพราะมีสินค้าหลากหลาย ทั้งอาหาร เบเกอรี และสินค้าชุมชน ปัจจุบันร้านกาแฟมวลชนมีจำนวนลูกค้าเฉลี่ยวันละ 150-200 รายต่อสาขา ซื้อเฉลี่ย 80 บาทต่อคนต่อครั้ง มียอดขายประมาณ 300 ล้านบาทต่อปี 

สำหรับตลาดรวมกาแฟทั้งร้านกาแฟและเมล็ดกาแฟมีมูลค่าเกือบ 4 หมื่นล้านบาท กลุ่มพรีเมียมมีประมาณ 8,000 ล้านบาท และกลุ่มแมสมีประมาณ 1,000 ล้านบาท

แม้ภาพรวมธุรกิจร้านกาแฟจะมีการแข่งขันสูง เพราะมีร้านเกิดขึ้นเยอะมาก แต่แฟรนไชส์ร้านกาแฟที่มีความแข็งแกร่งอย่างแท้จริงนับว่ายังมีน้อย จึงเป็นช่องว่างหรือโอกาสทางธุรกิจให้ร้านกาแฟมวลชนที่สะสมประสบการณ์ และการบริหารจัดการเข้ามาสร้างทางเลือกให้ลูกค้า

โดยตั้งเป้าขยายร้านกาแฟระดับแมสแบบจัดเต็ม เปิดสาขาละวัน ผ่านโมเดลร้านรูปแบบต่างๆ เพื่อเข้าถึงทั้งกลุ่มลูกค้าที่เป็นผู้บริโภคและกลุ่มลูกค้าที่ต้องการทำธุรกิจแฟรนไชส์ และเพื่อให้การขยายไปได้อย่างรวดเร็ว

รูปแบบแฟรนไชส์ธุรกิจร้านกาแฟมวลชนมีให้เลือก 4 ขนาด SS-S-M-L ราคาต่ำกว่า 3 แสน-1.2 ล้านบาท ค่าแรกเข้า 5 หมื่น- 1 แสนบาท ค่าแฟรนไชส์ฟี 3% จากยอดขาย

นอกจากร้านรูปแบบปกติทั้งสแตนด์อะโลน คีออส และคอนเนอร์ ซึ่งมีตั้งแต่ขนาดใหญ่ 80-100 ตารางเมตร และขนาดเล็กสุด 3 ตารางเมตรที่อาคารฟอร์จูนทาวเวอร์ ยังมี “รถโมบาย” ซึ่งปัจจุบันมี 2 คัน เป็น “ซูซูกิ คอฟฟี่ ทรัค” และ ”รถพ่วง” จะเปิดให้บริการช่วงต้นเดือนกันยายนนี้ ซึ่งต้นทุนรถโมบายราคาประมาณ 8 แสนบาท และรถพ่วงราคาประมาณ 5 แสนบาท

Please follow and like us:

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *